"เสียเจ้า" กลอนบทนี้ได้ชื่อว่าไพเราะที่สุดบทหนึ่ง (Most broken heart poem)

TSwad's picture
๏เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง
มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า
มิหวังกระทั่งฟากฟ้า
ซบหน้าติดดินกินทราย

 
๏จะเจ็บจำไปถึงปรโลก
ฤๅรอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย
อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ

๏ หากเจ้าอุบัติบนสรวงสวรรค์
ข้าขอลงโลกันตร์หม่นไหม้
สูเป็นไฟเราเป็นไม้
ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ

๏แม้แต่ธุลีมิอาลัย
ลืมเจ้าไซร้ชั่วกาลปาวสาน
แม้นชาติไหนเกิดไปพบพาน
จะทรมานควักทิ้งทั้งแก้วตา

๏ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า
ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา
ไปชั่วฟ้าชั่วดินสิ้นเอย
 

 
 

กวีนิพนธ์โดย อังคาร กัลยาณพงศ์
 
 
กลอนบทนี้ได้ชื่อว่าเพราะที่สุดบทหนึ่งของกรุงรัตนโกสินธิ์ (สะกด?)   ท่านอังคารเขียนกวีนิพนธ์บทนี้เมื่อยามหนุ่ม นัยว่าอกหักจากสาวคนหนึ่ง การระบายความรู้สึกของท่าน(กวี)เป็นอารมณ์ ที่พริ้วไหวมาก  โดยกวีจะเปรียบถึงหญิงที่ตนผิดหวังในความรัก  ว่าตัวเองปวดร้าว เจ็บช้ำ เพียงใด  และ อารมณ์นั้นก็แปรเป็นความแค้นเคืองโดยไม่ขออยู่ร่วมด้วยอีกไม่ว่าที่ใดภพใด   แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ให้อภัยและ ยังคงขอเกิดมาเป็นหญ้า เพียงเพื่อที่จะอยู่ใกล้ ๆ คนที่รัก แม้ว่าจะถูกเหยียบย่ำให้เจ็บปวดอีกก็ตามที แสดงให้เห็นถึงความรักที่กวีมีให้แก่ผู้เป็นที่รักคนนี้ได้เป็นอย่างดี ว่ารักมากมายเพียงใด  

 
 

ข้าพเจ้าอ่านบทกวีนี้ตั้งแต่สมัยที่เรียนยอยู่มหาลัยสามย่าน เพื่อนอักษรลือกันว่าท่านเขียนบทกวีนี้บนกระดานหรือฝาพนังห้องเรียนของเธอผู้นั้น เท็จจริงไม่ยืนยัน

เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง     ให้นึกถึงว่ามณีสีรุ้งว่าจะหาได้ยากสักเพียงไหน แล้วจะงดงาม มีค่าเพียงใด เสียไปแล้วยากที่จะได้พบอีกชั่วชีวิตนี้ นั่นคือความเปรียบถึงหญิงที่ตนรัก

เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง     มณีรุ้งนั้น ไม่ได้หายไป แต่มันร้าวอยู่ตรงหน้า แก้วสีรุ้งนั้นเมื่อร้าวมันก็จะพร่าเลือน จ็บปวดตรงนั้น
เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง     มณีรุ้งนั้น ไม่ได้หายไป มันอยู่ตรงหน้าและมันไม่ร้าว มันพร่าเลือนเพราะน้ำตาที่เอ่อล้นเบ้าตาของกวี

กรุณาอ่านที่เหรืออย่างช้าๆ  แล้ว ใช้จินตนาการเอาเองนะจะ

 

 

Undefined
TSwad's picture

 

       ท่านอังคาร         " ผมเป็นกวี มาทั้งแต่ชาติที่แล้ว "

ประวัติและผลงาน

อังคาร กัลยาณพงศ์ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๙ ที่ ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช บิดาชื่อเข็บ มารดาชื่อขุ้ม ศึกษาขั้นประถม และมัธยมที่โรงเรียนในจังหวัด จากนั้นเดินทางเข้ากรุงเทพฯมาศึกษาวิชาศิลปะ ที่โรงเรียนเพาะช่าง และมหาวิทยาลัยศิลปากรในคณะจิตรกรรม-ประติมากรรม

เริ่มมีผลงานบทกวีตีพิมพ์ในนิตยสาร สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๖ และมีผลงานตีพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก คือ หนังสือกวีนิพนธ์ เมื่อพ.ศ.๒๕๐๗ หลังจากนั้นชื่อเสียงและผลงานของท่านก็เป็นที่รู้จักกันอย่างรวดเร็ว

 

ผลงานกวีนิพนธ์ของท่านที่ได้ตีพิมพ์เป็นเล่ม มีดังนี้

พ.ศ.๒๕๐๗ กวีนิพนธ์ ของ อังคาร กัลยาณพงศ์ 

พ.ศ.๒๕๑๒ ลำนำภูกระดึง 

พ.ศ.๒๕๑๕ บางบทจากสวนแก้ว 

พ.ศ.๒๕๒๑ บางกอกแก้วกำศรวญ หรือ นิราศนครศรีธรรมราช 

พ.ศ.๒๕๒๙ ปณิธานกวี 

 พ.ศ.๒๕๓๐ หยาดน้ำค้างคือน้ำตาของเวล

 

 จากผลงานของท่านทำให้ท่านได้รับรางวัลเกียรติคุณต่างๆดังนี้คือ

พ.ศ.๒๕๑๕ รางวัลกวีดีเด่น ของมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประธีป

พ.ศ.๒๕๒๙ รางวัลซีไรต์ จาก ปณิธาณกวี 

พ.ศ.๒๕๓๒ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์

 

สนใจประวัติเชิงลึกของท่าน ลองคลิกลิงค์ล่างนี้ น่าสนใจมากๆ

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=414173

By TSwad --

 

{{{{Cummon in, hold my hands and let's walk together}}}} == สัญญาประคอง

TSwad's picture

นายอังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ ในวัย 83 ปี ซึ่งกำลังประสบความยากลำบากในการใช้ชีวิต เนื่องจากปัจจุบันป่วยเป็นโรคเรื้อรังหลายโรค คือ โรคหัวใจและโรคเบาหวาน ขณะที่งานศิลปะทั้งภาพเขียนและบทกวีก็ไม่สามารถขายได้ดีเหมือนเช่นในอดีต
 

นายอังคาร เป็นกวีที่มีความคิดระดับภูมิธรรม ไม่ใช่กวีในเชิงโลกีย์ แต่มีธรรมะที่ผู้คนเข้าไม่ถึง รวมทั้งเป็นจิตรกรที่มีฝีมือชั้นยอดของประเทศไทย มีความลึกซึ้งทางจิตวิญญาณ และภูมิปัญญาตกผลึก ในความเห็นส่วนตัวบอกได้ว่าในรอบ 100 ปีอาจจะมีศิลปินเช่นนี้เกิดขึ้นสักคน
 
 “ชีวิตของ ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นคนที่ติดดิน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น แม้ตัวเองจะตกทุกข์ได้ยากก็ไม่ร้องขอ หรืออ้อนวอนจากใคร เขาไม่มีกิเลสและยอมอดเยี่ยงอย่างเสือ การจัดงานหาเงินช่วยเหลือท่านอังคารในครั้งนี้เป็นความต้องการของกัลยาณมิตรและผู้เคารพศรัทธาในชีวิตและผลงานท่านอังคาร ที่อยากเห็นศิลปินท่านนี้จรรโลงงานศิลปะให้ยืนยาวนานที่สุด จึงต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ” สมณะโพธิรักษ์ กล่าว
 
ผู้ที่มีจิตศรัทธายังสามารถโอนเข้าบัญชี
       
       คุณอุ่นเรือน กัลยาณพงศ์ (ภรรยาท่านอังคาร) ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 009-2-60612-1

Source:

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มีนาคม 2553 19:04 น.

 

By TSwad --

 

{{{{Cummon in, hold my hands and let's walk together}}}} == สัญญาประคอง

TSwad's picture

วักทะเลเทใส่จาน
       รับประทานกับข้าวขาว
       เอื้อมเก็บบางดวงดาว
       ไว้คลุกข้าวซาวเกลือกินฯ

 

อังคาร กัลยาณพงศ์

By TSwad --

 

{{{{Cummon in, hold my hands and let's walk together}}}} == สัญญาประคอง

TSwad's picture

กาลเวลา  หลายร้อยปี

 

มีอย่างนี้  เกิดคนเดียว

By TSwad --

 

{{{{Cummon in, hold my hands and let's walk together}}}} == สัญญาประคอง